กลอนสอนหญิง

ก่อนที่เธอจะทอดกายให้ชายชิด

 ผ่านการคิดใคร่ครวญถี่ถ้วนไหม

หรือเป็นเพียงเพราะเธอก็เผลอใจ

เมื่อความใคร่คุคลั่งลืมยั้งมัน

 ก่อนเธอเคลิ้มเธอคล้อยถ้อยคำรัก

ควรตระหนักนิยามความแปรผัน

นิยายรักหวานล้ำเขารำพัน

อาจไม่ทันถึงปีที่จบลง

และอย่าหวังว่านั้นสร้างพันธะ

อย่าคิดนะเสน่ห์เธอเขาเผลอหลง

สัญชาติเสือเหลือวิสัยให้ซื่อตรง

แล้วก็คงออกลายเมื่อปลายมือ

หวังลูกแทนโซ่ทองคล้องใจพ่อ

จะเชื่อมต่อถึงแม่ได้แน่หรือ

คำว่ามารหัวขนคนเล่าลือ

ควรเป็นสื่อสอนใจให้เธอตรอง

ชายกี่คนรู้คิดรับผิดชอบ

เกียรติเป็นกรอบกั้นตนพ้นมัวหมอง

 แม้เขาคือคนหนึ่งที่พึงปอง

เธอก็ต้องมีความหมายในสายตา

แค่ดอกไม้ริมทางเขาร้างทิ้ง

กลายเป็นหญิงอัปยศหมดคุณค่า

มิอาจเอาออกขายได้ราคา

เป็นสินค้ามือสองคนมองเมิน

อันคำคมลมชายนั้นร้ายสุด

ชอบเยื้องหยุดใจหญิงให้พิงหา

ชอบพูดเกี้ยวเลี้ยวลุดฉุดเวลา

ดั่งอาชาคึกคะนองลำพองตน

จงจำไว้ชายใดมาพูดเกี้ยว

อย่าเพิ่งเกรี้ยวโกรธาว่าหยาบหยาม

เมื่อไม่รักก็อย่าตอบให้ชอบความ

ให้มันตามพอมันเหนื่อยเดี๋ยวเฉื่อยเอง

ศัลยกรรมวัยทีน เทรนด์สวยก่อนสาว

ศัลยกรรมวัยทีน เทรนด์สวยก่อนสาว

          ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องของคนมีริ้วรอยอีกต่อไป เพราะตอนนี้เทรนด์สวยด้วยแพทย์กำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นไทยโดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา แรงจูงใจในการทำศัลยกรรมมาจากธรรมชาติของวัยรุ่นที่รักสวยรักงาม กลัวมีปมด้อย และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ผ่า เสริม เติม ตัด เพื่อรูปลักษณ์ที่ดีขึ้น ประกอบกับกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในบ้านเรายามนี้ ช่วยหนุนนำให้การศัลยกรรมกลายเป็นเรื่องธรรมดา

7 จุดศัลยกรรมยอดฮิต

      นอกจากสาวๆ จะนิยมทำศัลยกรรมแล้ว ตอนนี้ตัวเลขการทำศัลยกรรมในวัยรุ่นชายก็มีแนว โน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ผู้ชายนิยมทำหน้าใส ลบรอยแผลเป็นจากสิว กรีดตาสองชั้น และเสริมจมูก โดย 7 อันดับแรกที่เด็กวัยรุ่นนิยมทำศัลยกรรมกันมากที่สุดคือ

1. ลบรอยแผลเป็น รักษาผิวจากรอยสิว ทำหน้าใส

2. กรีดตาสองชั้น

3. เสริมจมูก

4. เสริมคาง

5. ตัดกรามทำหน้าเรียว

6. ฉีดปากอวบอิ่ม หรือผ่าตัดปากบาง

7. เสริมหน้าอก

วัยรุ่นทำศัลยกรรมได้หรือ

          คำตอบคือ “ทำได้” อย่าเพิ่งประหลาดใจ ที่เป็นเช่นนี้เพราะจากสถิติวัยรุ่นที่นิยมทำศัลยกรรม ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ 17 – 18 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นช่วงที่เจริญเติบโตเต็มที่ และมีพัฒนาการทางร่างกายใกล้เคียงกับวัยผู้ใหญ่ การทำศัลยกรรมจึงไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการเจริญเติบโตเลย แต่ถึงกระนั้น นพ.กมล วัฒนไกร เลขาธิการ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการกองศัลยกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า

        “วัยรุ่นเป็นวัยที่มีความสดใสสวยงามตามธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้เมื่อผ่านช่วงวัยนี้ไป วัยรุ่นจึงควรพอใจกับความงามนี้ ไม่รีบร้อนทำศัลยกรรมตามกระแส ควรรอให้โตเต็มที่และมีวุฒิภาวะเพียงพอ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง หากเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีและเป็นอยู่ เมื่อนั้นค่อยมาทำศัลยกรรมก็ยังไม่สาย”

            สำหรับวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 การทำศัลยกรรมจะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครอง มิฉะนั้นแพทย์ไม่อาจผ่าตัดให้ได้ เนื่องจากผิดบัญญัติแพทยสภา ดังนั้นก่อนจะทำศัลยกรรม จึงควรปรึกษาผู้ปกครองขอความเห็นชอบก่อน และต้องเผื่อใจไว้สักนิดหากแพทย์ลงความเห็นว่าไม่ควรทำ เนื่องจากคนไข้ไม่มีปัญหากับส่วนที่คิดจะศัลยกรรม ทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์แต่ประการใด

ศัลยกรรมทำชีวิตเปลี่ยนไป

          การทำศัลยกรรม เปรียบเหมือนการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อความสวยงามภายนอกและความสุขทางใจ แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้แน่นอนคือไลฟ์สไตล์ที่ต้องเปลี่ยนไป จากเคยเล่นกีฬาผาดโผนหรือใช้ชีวิตกลางแจ้งอาจต้องหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะคนที่เสริมจมูก และควรหมั่นสังเกตบริเวณที่ผ่านการศัลยกรรมเสมอว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ เช่น จมูกเบี้ยว ปลายจมูกใส อันอาจเกิดจากการเสริมจมูกโด่งเกินไป ทำให้ซิลิโคนดันปลายจมูก ทิ้งไว้นานอาจเกิดแผลติดเชื้อลุกลามได้

                 อีกหนึ่งประเด็นเกี่ยวกับการศัลยกรรมที่เคยได้ยินกันบ้างคือ การศัลยกรรมเสริมกระดูกเพื่อเพิ่มความสูงในคนที่ไม่พอใจในความสูงของตน ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำเพราะมีขั้นตอนยุ่งยาก ใช้เวลานานมาก ที่สำคัญการมีบาดแผลขนาดใหญ่จากการผ่าตัดที่ต้นขาไม่คุ้มกับความสูงที่เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 นิ้ว การศัลยกรรมแบบนี้เหมาะสำหรับผู้พิการแต่กำเนิดหรือจากอุบัติเหตุที่ทำให้ขาทั้งสองข้างยาวไม่เท่ากันมากกว่า

            สรุปแล้วการศัลยกรรมนั้นมีทั้งเพื่อเสริมสร้างและเสริมสวย สำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหาสามารถใช้ประโยชน์จากการศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การจัดหรือดัดฟัน ฯลฯ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ถ้าจะทำเพื่อการเสริมสวยแล้วละก็ อย่าลืมหยุดคิดสักนิด… จะได้ไม่มีคำว่า “เสียใจ” ภายหลัง

พรหมจรรย์ กับคุณค่าของผู้หญิง

ผู้หญิงไทยถูกสอนมาแต่โบร่ำโบราณเรื่องการรักนวลสงวนตัว 

           พรหมจรรย์ จึงกลายเป็นเครื่องหมายของ ผู้หญิงดี ในสังคมไทยมานาน ฝ่ายชายก็ให้บรรทัดฐานความดีงามของฝ่ายหญิงไว้ที่ความบริสุทธิ์ทางร่างกายจนเป็นค่านิยมจนถึงปัจจุบัน และดูเหมือนว่า ค่านิยมนั้นจะกลายเป็นป้ายตราราคาที่ผู้หญิงเอามาแปะที่ตนแบบไม่รู้ตัวไปแล้ว

คำว่า พรหมจรรย์ ถ้าแปลตามตัวอักษร หมายถึง

          ความประพฤติอันบริสุทธิ์สะอาด แต่โดยทั่วไป เราจะรู้จักพรหมจรรย์ในรูปของเนื้อเยื่อบางๆ ในช่องคลอด หรือที่เรียกว่าเยื่อพรหมจรรย์ ซึ่งเยื่อบางๆ นี้สามารถฉีกขาดได้โดยการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายช่วงล่างมาก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว

ในเมื่อพรหมจรรย์ของผู้หญิงเป็นแค่สิ่งที่อยู่ภายในร่างกาย และสามารถขาดได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่านกิจกรรมทางเพศ

          เหตุใดผู้ชายจึงมองหาสิ่งนั้นกันมากนัก อันที่จริงแล้ว ผู้ชายส่วนใหญ่ที่เฝ้าฝันว่าจะได้ผู้หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องมาเป็นภรรยา เขาไม่ได้มองไปที่เยื่อบางๆ นั่นหรอก แต่มันมีความหมายตื้นๆ เพียงว่า สาวผู้นั้นต้องไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับชายใดมาก่อนเลยต่างหาก และความต้องการของผู้ชายในส่วนนี้ ทำให้หลายครอบครัวสอนลูกสอนหลานที่เป็นผู้หญิงว่า พรหมจรรย์เป็นของสำคัญของเพศหญิง และเราควรเป็นอย่างยิ่งที่จะรักษาเอาไว้ให้กับผู้ชายที่เรารัก หรือไม่ก็คนที่เราแต่งงานด้วย ผู้หญิงจึงถูกฝังหัวด้วยความกลัวว่าจะ เสียตัว มาแทบจะตั้งแต่เกิด มิเช่นนั้น เราจะกลายเป็นผู้หญิงมีราคี สูญสิ้นคุณค่า และจะไม่มีชายใดหมายปองเราอีก

ความเชื่อแบบนี้ ทำลายชีวิตผู้หญิงมานักต่อนักแล้ว

          นัยหนึ่งมันหมายถึงการชี้นำให้ผู้หญิงเรายกคุณค่าทั้งหมดของตนไปวางไว้บนเศษเสี้ยวเพียงเล็กน้อยของชีวิต แล้วถ้าวันใดวันหนึ่ง เราเกิดพลาดพลั้งเสียท่าให้ใครโดยที่เราไม่เต็มใจ หรือถ้าเรารู้สึกว่ารักผู้ชายคนหนึ่งอย่างหมดใจ จึงมอบร่างกายให้ หลังจากนั้นเขากลับตีจาก หรือถ้าเราแต่งงาน หากแต่ต้องเลิกรากันในภายหลัง ถ้าเรายกให้พรหมจรรย์เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตถึงเพียงนั้น ย่อมหมายความว่าคุณค่าของเราหมดลงแล้วใช่ไหม

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ผู้หญิงเราผูกติดความงดงามทั้งภายในและภายนอกของตนไว้ที่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนหนึ่ง

          บางรายถึงขั้นยอมทนกับชีวิตรักที่น่าอดสู ยอมอยู่ทั้งที่ผู้ชายที่เรารักไปมีผู้หญิงอื่นมากหน้าหลายตา เพียงเพราะว่าเราได้มอบร่างกายให้เขาไปแล้ว เรามองด้วยสายตาของคนที่มีความคิดดูถูกตนว่า ถ้าเลิกกับผู้ชายคนนี้ไป ต้องไม่มีผู้ชายไหนมารักเราอีก เพราะเรากลายเป็นผู้หญิงมีมลทินเสียแล้ว ดังนั้น ใครที่มีความเชื่อเช่นนี้ฝังรากลึกอยู่ในหัว จงปรับความคิดความเชื่อเสียใหม่เสียเถอะ

เราไม่ได้มาประกาศว่า เฮ้! มีเซ็กซ์กันเถอะ กับใครก็ได้

          ไม่จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้คนที่เรารักเท่านั้นหรอก เราไม่ได้มาบอกว่าการมีเซ็กซ์กับผู้ชายเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องดีงามอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าเราไม่สามารถลงเอยกับผู้ชายคนนั้น หรือไม่ เขาเป็นฝ่ายเดินออกจากชีวิตเราไป เราก็อยากให้ผู้หญิงทุกคนมองคุณค่าของตนให้สูงส่ง แล้วจงเดินออกมาจากเครื่องพันธนาการเฮงซวยนั้นอย่างเข้มแข็ง แม้การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่เรารักเป็นสิ่งที่ไม่ผิดแปลก แต่เมื่อความรักสะบั้นลง คุณค่าของเราก็มิได้มอดดับลงไปด้วย เรายังมีศักยภาพในการทำงาน โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชาย เรายังมีจิตใจที่เต็มเปี่ยมในการมีความรักใหม่ และเรามีโอกาสอีกมากมายที่จะพบกับชายคนใหม่ที่มองคุณค่าของเราที่สมองและหัวใจ มิใช่ตรงแค่ ส่วนนั้นของร่างกาย

เคยมีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งหยิบเอา พรหมจรรย์ ของผู้หญิงมาเป็นประเด็นถกปัญหา ว่าพรหมจรรย์สำคัญกับความรักจริงๆ หรือ

          นักศึกษาชายผู้หนึ่งลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นว่า สำหรับเขาแล้ว พรหมจรรย์ของผู้หญิงที่เขาจะรัก เป็นสิ่งสำคัญมาก เขาปรารถนาผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน พิธีกรถามต่อว่า ถ้ามารู้ทีหลังว่าผู้หญิงที่เขาคบหาอยู่ไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาเป็นคนแรก เขาจะทำอย่างไร ผมเลิกครับชายหนุ่มให้คำตอบเด็ดขาด ทำเอานักศึกษาสาวๆ ในห้องส่งถึงกับนั่งเงียบไปตามๆ กัน

ผู้หญิงคนใดพบเจอผู้ชายจำพวกนี้ จงกล้าที่จะหันหลังให้ผู้ชายคนนั้นอย่างเด็ดขาด อย่าไปเสียเวลากับชายหัวใจคับแคบเช่นนั้น

          ผู้ชายที่หาคุณค่าของผู้หญิงเพียงความบริสุทธิ์ทางกาย เขาจะไม่มีวันมองเห็นคุณค่าส่วนอื่นของเรา หากวันหนึ่ง เขารู้ว่าเราเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนอื่นมาก่อน เขาจะไม่มองคุณงามความดีอื่นที่เรามีอยู่ เขาจะไม่เปิดตามองว่า เราเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถในการทำงานมากเพียงใด ผู้ชายแบบนี้ดูถูกเพศแม่ของตน ซึ่งเราไม่ควรจะลดตัวลงไปคบหาด้วยตั้งแต่แรกแล้ว

และแท้ที่จริง การที่ผู้ชายหมายปองความบริสุทธิ์ของผู้หญิง เขาไม่ได้มองในสิ่งที่เขาได้

          แต่กลับมองมันเป็นเรื่องของชัยชนะระหว่างเพศชายด้วยกัน พูดง่ายๆ คือ เขาจะรู้สึกเหนือกว่าชายใด เพราะเขาได้หญิงผู้นี้มาครอบครองเป็นคนแรกต่างหาก รู้อย่างนี้แล้ว ยังจะน่าภูมิใจอีกไหมที่ได้ผู้ชายประเภทนี้มาเป็นแฟน

ดังนั้น ตราบใดที่เรารู้ตัวว่าไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อน

          หรือฟรีเซ็กซ์กับชายหน้าไหนก็ได้ ตราบใดที่เรายังเชื่อในการร่วมรักกับใครสักคนว่าควรเกิดขึ้นด้วยความรัก ตราบนั้น เราก็คือผู้หญิงที่มีคุณค่ามากพอที่ความรักจะมอบความสุขให้กับชีวิต เพราะหัวใจของเรายังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่เสมอ และยิ่งเราเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง เลิกดูถูกตน เชื่อในศักยภาพในชีวิตของเราที่มีมากล้น รัศมีภายในของเรายิ่งจะเปล่งประกายออกมา ผู้ชายที่ไม่ได้วัดคุณค่าของผู้หญิงคนหนึ่งเพียงความบริสุทธิ์ทางร่างกายจะมองเห็นแสงแห่งรัศมีนั้น และเขาจะเดินเข้ามาในชีวิตของเราพร้อมกับความรักที่แท้จริง

12 วิธีเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า

1.ไม่โทร.หาเวลาเขาเมา 

          จะเมาดิบหรือแค่กรึ้บพอกรึ่ม ๆ ฏ้ไม่เอาทั้งนั้น เพราะเวลาเมาเราจะควบคุมคำพูดไม่ได้ เรื่องฉลาด ๆ ก็เลยอาจจะไม่ได้พูด ส่วนเรื่องที่พูดก็อาจจะไม่ฉลาด ว้า..!! หมดกัน

2.เรื่องกีฬาอย่าทิ้ง 

          ต้องใส่ใจข่าวสาร การกีฬาไว้บ้าง นะค่ะ

3.ไม่สนผู้ชายที่น่าตา

4.ไม่เป็นลูกหนี้ใคร 

          ถ้าเป็นหนี้ต้องรีบใช้ให้หมด ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าหนี้มาตะโกนสรรเสริญบรรพบุรุษของเราอยู่หน้าบ้าน แต่ถ้าจะให้เริ่ดสุด คุณควรรู้จักจำกัดการใช้เงินให้พอดีกับรายจ่าย จะได้ไม่ถูกใครมายืนค้ำหัวเรียกว่า “ลูกหนี้” ให้เสียฟอร์มนางเอกได้ไง

5.ไม่ช่างนินทา

           นอกจากไม่น่าคบแล้ว ยังเข้าข่ายน่ารังเกียจอีกด้วย

6.กล้าทิ้งผู้ชายเจ้าชู้

           ผู้หญิงที่มีคุณค่าต้องเจ๋งพอที่จะบอกเลิกกับแฟนเจ้าชู้ที่แอบเลี้ยงกิ๊กไว้เป็นอาหารว่างได้ทันที โดยไม่สนว่าเขาจะออดอ้อนได้น่าเห็นใจขนาดไหน อย่าเชียวค่ะ

7.ไม่มีผู้ชายก็ไม่ตาย 

          ยิ่งราวิ่งตามความรัก (และผู้ชาย) ก็ยิ่งวิ่งหนี แต่ถ้าทำตัวดี ๆ อยู่เฉยๆ เดี๋ยวความรักก็ย้อนกลับมาหาเราเอง นี่คือคติที่สาวฉลาดเขาใช้กัน

8.อกหักไม่นึกแค้น

           แค่ถูกทิ้งไม่ทำให้เราหมดค่า แต่คุณค่าจะไม่มีเหลือถ้าทำตัวแพ้แล้วพาล ..(อย่าตามจองเวรแบบในละครน้ำเน่าเลย คงน่าสมเพชน่าดู)

9.มีแฟนด้วยฝีมือ 

          ไม่ใช่ด้วยการตีท้ายครัวบ้านใคร หรือเล่นบทอีแอบ แอบเข้าไปสอยของเขามาเวลาเจ้าของเขาเผลอ ควรจะใช้เสน่ห์ของเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะคนที่ถูกตราหน้าว่ามือที่ 3  น่ะ ให้ควานหายังไงก็หาคุณค่าไม่ได้หรอก

10.เก็บเงินให้เป็น

           เราควรจะหยิ่งในตัวเองไม่แบมือขอเงินใครใช้ สมองเรายังมี ความสามารถก็เหนือคำบรรยาย แค่หาเลี้ยงตัวเองแค่นี้ทำไม่ได้ให้มันรู้ไป

11.มีเพื่อนของตัวเอง

          ไม่ใช่ต้องเกาะแฟนเป็นวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร ไปไหนเองไม่ได้เพราะไม่มีใครคบ เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าถึงจะไม่อยู่กับเขาเราก็ยังมีทางหาความสุขได้อีกตั้งเยอะ

12.เติมสมองไม่ให้ว่าง

           ความรู้คืออาหารสมองที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยให้ใครมาดูถูกได้ว่า “สวยแต่โง่” หรือ “สวยแต่ลืมสมองไว้ที่บ้าน” ฮือ…ฮือ…มันเจ็บใจนะเฟ้ย !!

คนหน้าตาดีเข้ามาดูกันแล้ว

  • 715 คน

Twitter

Error: Twitter did not respond. Please wait a few minutes and refresh this page.